New Approach at The Upper Mikkeller ! Tasting menu with Beers pairing 

ปกติเรามักจะทานอาหารที่เป็น Tasting menu คู่กับไวน์ หรือ สาเก วันนี้ได้เวลาลองเปิดใจหาของกินอะไรใหม่ๆเพื่อเปิดประสบการณ์เรื่องอาหารให้กว้างขึ้น 

ที่นี่เลย  ” The Upper Mikkeller ” อยากลองทันที หลังจากได้อ่านรายละเอียดคร่าวๆ ว่าเซฟ Dan Bark ซึ่งเคยทำงานที่ร้านชื่อดัง Michellin Star 3 ดาวที่ Chicago ปัจจุบันมาทำอาหารที่นี่ โดยอาหารจะเป็นแบบก้าวล้ำ ใช้เทคนิคการทำอาหารต่างๆ กับวัตถุดิบท้องถิ่นที่หาได้ในแต่ละช่วงเวลา รสชาติอาหารจะเน้นเป็นหลายแบบมีทั้ง แบบครีมๆ ข้นๆ และ เบาๆสบายปาก โดยจะให้มี texture หลายๆอย่างกินพร้อมกันในคำเดียว และที่สำคัญคือการจับคู่อาหารสไตล์นี้ทานกับเบียร์เป็นครั้งแรก แค่ concept ก็ว้าวแล้ว 😆 !!! ต้องบอกก่อนว่า …ส่วนตัวแล้วปกติไม่ถนัดทานเบียร์ การทานอาหารในครั้งเลยค่อนข้างจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ งั้นเรามาเริ่มกันเลยดีกว่ากับอาหารในค่ำคืนนี้ 9 เมนูเบาๆ

เริ่มต้นด้วยการทักทายอย่างเป็นกันเองกับ Ryan (ขอโทษถ้าสะกดชื่อผิดนะคะ) ซึ่งทำหน้าที่เหมือน Sommelier ที่ช่วยแนะนำเครื่องดื่ม Ryanก็เข้ามาถามว่าชอบดื่มประมาณไหน และให้ choice มาให้เลือกเนื่องจากไม่ค่อยถนัดเบียร์ และแล้วในที่สุดเพื่อความสบายใจก็ขอเริ่มด้วย Meed คือ ไวน์ที่ทำมาจากน้ำผึ้ง 😉 หวาน หอม ก่อนเบียร์ก็แล้วกัน 😜

อาหารทานเล่นคำแรกเพื่อเรียกน้ำย่อย และปรับลิ้นเตรียมทานอาหารจานต่อๆไปก็คือ Melon ที่ตัดเป็นเหมือนรูปปากยิ้ม หวามหอมกรอบ ทานเป็นคำคู่กันกับซอสที่มีรสชาติคล้ายนมกะทิ


อาหารเรียกน้ำย่อยชิ้นต่อไป 


จาน 1 : IKURA – Sesame, kalamansi, cucumber ของโปรดเลยไข่ปลาแซลม่อน ด้านล่างเป็นคล้ายเม็ดสาคู สีเขียวเป็นแตงกวาที่ใช้เทคนิคการแปรรูปอาหารทำให้ออกมาเป็น Granita ทานทุกอย่างเข้าไปในคำเดียวกัน อืมมม !! อร่อยดี


และเริ่มด้วยเบียร์ขวดแรก มีขายเฉพาะที่ Mikkeller ที่นี่ และถ้าไม่ผิดสมุย หรือ villa นี่แหละ 😆😜

เมื่อดื่มเบียร์หลังอาหารจานนี้ ที่สังเกตได้ คือ เบียร์ช่วยดับกลิ่นคาวได้สนิท เตรียมพร้อมสู่อาหารจานถัดไป 


จาน 2 : Pea- brioche, egg yolk, lemon สลัดรสชาติเปรี้ยวนิดๆ ทานตัดคาวกับham และมีความcreamy ของตัวซอสสีขาว 


จาน 3 : Sunchoke – mustard, milk curd, celery ทานคู่กับเบียร์เย็นๆ รสสตรอว์เบอร์รี่ เหมือนได้กิน French fries คู่กับเบียร์คะจานนี้ 


จาน 4 : Scallop – watermelon, kelp, nasturtium หลังจากเจออาหารทอดแล้ว จานนี้ให้ความรู้สึกสดชื่น เบาๆ หวานๆ แปลกๆดีคะจานนี้… เหมือนกินสลัดผลไม้ที่มีน้ำเยอะๆ ด้านบนเป็นแผ่นแป้งอบกรอบให้ทานพร้อมกัน


ทานจานนี้คู่กับ Meed ที่รสชาติแรงกว่าแก้วแรกนิดนึง หวานกว่า กลิ่นแรงกว่า


จาน 5 : Consommé – pumpkin, capsicum, rice berry … ซุปใสที่เข้มข้น จานนี้chefใช้อีกหนึ่งเทคนิคที่ คือ ใช้ความร้อนด้านล่านเมื่อน้ำซุปเดือดน้ำซุปจะผ่านขึ้นไปยังสมุนไพรต่างๆด้านบน น้ำซุปที่ได้ออกมาจึงหอมมมมม ทานคู่กับไก่และฟักทองคะ

เข้าสู่จานที่ 5 …ถึงตอนนี้เริ่มรู้สึกว่าเบียร์อาจจะไม่เข้ากับอาหารจานนี้แล้วละ 😅 หรือ เราอาจชินกับเครื่องดื่มประเภทอื่นมากกว่า


จาน 6 : Mushroom- parmesan, truffle, sorrel จานผักทั้งหมด ก่อนทานดึงแก้วตรงกลางออก น้ำซุปจะไหล่ออกมา 

จาน 7 : Duck- kumquat, olive, leek จานนี้ใช้เทคนิคการ Sous Vie การใช้เครื่องสูญญากาศแพ็ควัตถุดิบแล้ว cook ในนั้นเพื่อไม่ให้น้ำของอาหารระเหยออกมา ทำให้อาหารอร่อยแบบจานนี้แหละคะ 😉


ล้างปากด้วยช็อกโกแลตก่อนเข้าสู่ menu ของหวาน 🙂 ด้านในchocolate เป็นน้ำเสาวรสสด ต้องทานทั้งลูกนะคะไม่งั้นน้ำพุ่งออกมาเลอะเทอะได้


จาน 8 : Coconut – pineapple, pernod, basil 


จาน 9 : Lychee – plum, pistachio, rice มีคล้ายๆไอศรีมให้ทานคู่กับลิ้นจี่และแป้งเหนียวๆ 
โดยส่วนตัวแล้วทุกครั้งที่ทาน Tasting menu ก็มักจะคิดว่า วันนี้เราตั้งใจมาดูงานศิลปะของเชฟแต่ละคนมากกว่าจะเข้าไปมองแค่ว่าอาหารแต่ละจานอร่อยหรือไม่อร่อย อาหารทุกจานฟี่เชื่อว่าเขากำลังพยายามสื่อสารอะไรมากับเราอยู่ แล้วเราgetกับงานของเขาไหม ความอร่อยหรือไม่อร่อยนั้นเป็นเรื่องลองไปเลย

อาหารเป็นศิลปะอีกแขนงหนึ่งที่ไม่ใช้ใครทุกคนจะเข้าใจ และไม่ใช้ใครทุกคนจะ copy เอกลักษณ์ของคนอื่นได้ ในวันนี้ฟี่อาจจะยังไปไม่ถึง ไม่เข้าใจในอาหารหลายๆจานวันนี้ แต่ก็นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี ที่ได้มาเห็น มาทดลองชิม ได้มาสัมผัสกับความตั้งใจอันดีของ chef และ ทีมงานทุกคนค่ะ … 

💰ราคาอาหารไม่รวมเครื่องดื่ม 3,300 บาท ++

🚗มีที่จอดรถในซอย แต่ไม่มาก 

📞ควรโทรจองนะคะ เพราะมีที่นั่งไม่เยอะ

😋ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับอาหารและการท่องเที่ยวได้ที่

IG & FB page : Toffy Gastronomy 

Advertisements

Bangkok Trading Post Bistro & Deli


Holiday แบบนี้ก็ต้องหาสถานที่สบายๆชิวๆนัดเพื่อนหาร้านอร่อยทานกลางวันดีกว่า .. ที่นี่เลย Bangkok Trading Post Bistro & Deli ตั้งอยู่ใต้ตึก 137 pillars Bangkok ในซอยสุขุมวิท 39 ใกล้ๆนี้เอง

Love ❤️ แกงฮังเล ตามแบบฉบับของ Bangkok Trading Post ….จานนี้อร่อยจนสั่ง2จานเลย 😋

นอกจากอาหารอร่อยแล้ว ที่นี่ยังมีกาแฟและเค้กที่อร่อยมากด้วย


👍🏻Well done

1. บรรยากาศสบาย เหมาะกับการทานกลางวัน กับครอบครัวและเพื่อนๆ

2. บริการที่ดีจากพนักงาน

3. รสชาติอาหารอร่อย สไตล์คาเฟ่

💪🏻To be improve 

1. ร้านขาดเพลง 😅 รูป รส กลิ่น เสียง เลยไม่ครบ

2. ราคาค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับคุณภาพและปริมาณอาหาร

FB Bangkok trading post คลิกที่นี่
ติดตามเรื่องราวสนุกๆการท่องเที่ยว และ อัพเดทร้านอาหารได้ที่

IG : Toffygastronomy and Sweettoffy

FB page : sweettoffy

อัพเดท26 ที่กินที่เที่ยว แจ่มๆในเกาหลี

🔺Day 1 

Sleepless in Seoul กินและเที่ยวกันจนเกือบไม่ได้นอน 4วัน3คืนอันแสนสนุกได้เริ่มขึ้นแล้ว .. 😃


1 : Sky Park 1 – Myeongdon โรงแรมนี้เป็นโรงแรม 3 ดาว ย่าน Myeongdon ชอบมากก็เรื่อง location ที่อยู่ในแหล่งช็อปปิ้ง เหมาะกับแก๊งเพื่อนสาวที่ไปเที่ยวกันเองเป็นอย่างมาก (เหมือนได้นอนอยู่ในพารากอน 😝) ได้เดินซื้อของ กินข้าวโดยไม่ต้องนั่งรถหรือเดินทางให้เหนื่อยและเปลืองสตางค์ ซื้อของเสร็จก็เอาเก็บบนห้องได้เลยด้วย แถม สถานีรถไฟใต้ดินใกล้กับรร.มากๆ ห้องพักอาจจะเล็ก แต่ก็สะอาดเหมาะกับกลุ่มเน้นเที่ยวไม่เน้นนอนอย่างพวกเรามาก
✔Shopping 


2 : Line Friends cafe & store สาขา Myeongdon ที่แรกที่ไม่แวะไม่ได้ Line Shop ซึ่งอยู่ข้างๆโรงแรม แวะถ่ายภาพกับพี่หมี Brown ตัวใหญ่น่ารักน่ากอดตัวนี้ก่อนเลยเป็นอย่างแรก 555

ด้านในมีขายขนม และ ของกระจุกกระจิกน่ารักของ Line เต็มไปหมดเลย ร้านshop line มีหลายสาขา แต่ละสาขาก็จะมีตุ๊กตา Line ตัวโตแบบนี้ที่ต่างๆกันไปค่ะ 

✔Lunch 

​​

​​

3 : James Cheese Back Ribs เป็นร้านที่ดังมาก มีประมาณ125 สาขาทั่วเกาหลี ตอนเข้าไปถึงร้าน อย่างแรก พนักงานจะแจ้งให้เอาของเก็บใต้เก้าอี้ก่อนนะคะ จากนั้นก็เตรียมตัวใส่ถุงมือและบรรเลงซี่โครงหมูนุ่มๆ กับซีสยืดดดดดดๆๆๆ แกล้มด้วยโซจู กันได้เลย

เมนูจะมีให้สั่งซี่โครงตามระดับความเผ็ด คิดราคาเป็น portion ตามหัว คนละ 14,000วอน ครั้งนี้สั่งซี่โครงแบบเผ็ดมาก (อร่อยไม่เผ็ดมากพวกเรากินได้สบาย) แล้วตบท้ายด้วยการสั่งข้าวมาคลุกกับซีส กินแก้เลี่ยนด้วยโซจู บระเจ้าคือดีงามจริงๆ 😀 (ไว้ไปลดความอ้วนทีหลังนะ)

✔Dessert 

4 : Cafe de Paris หลังอาหารคาว เลยแวะหาของหวานทานล้างปากแถว Myeongdon ก็ต้องที่นี่เลย Cafe de Paris กับ menu Strawberry Bon Bon เป็นสตรอว์เบอร์รี่สดๆกรอบหวานๆกับครีมสดนุ่มๆ กินแล้วสดชื่นมาก ถ้วยเดียวสาว 4 คนแบ่งกันกำลังดีเลย 😅😜
✔Shopping


ภาพจาก : http://tong.visitkorea.or.kr/cms/resource/35/1575035_image2_1.png
5 : Doota คือที่แรกที่เราไปเสียตังค์นั่นเอง 555 ชอบที่นี่เพราะ เดินสบาย เสื้อผ้าคัดมาให้แล้วระดับหนึ่ง แต่ราคาก็ค่อนข้างสูงกว่าย่านอื่น มีทั้งหมด 6 ชั้น ชั้นแรกจะมีร้าน local designer ที่สวยๆหลายร้านเลย เห็นเสื้อผ้าหลายตัวคุ้นๆแบบที่ขายในร้าน IG หลายๆร้านในบ้านเรา
✔Street food 

​​​
6 : Grilled Lobster cheese – Myeongdon อาหารเรียกน่ำย่อยเมนูแรก คือ นี่เลย Lobster นี่แหละ อาหร่อยมาก เนื้อสดกรอบ ราดซอสเผ็ดนิดๆ โรยด้วยข้าวโพด และ โรยหน้าด้วยซีสเยิมมมมๆๆ ราคา 15,000 วอน ประมาณ450 บาทค่ะ
✔Dinner

7 : Pro Soy Crab ปูดองทีเด็ด ที่สุดของที่สุด ใครชอบปูไข่ดองที่นี่ห้ามพลาดดดด 😍😍 ปูที่แช่ในซีอิ้วหวานๆเค็มๆ เนื้อแน่น หวาน มันส์ อร่อย ที่สุดดดดด ไม่ต้องจองโต๊ะ walkin ได้เลยนะคะ ห้ามพลาดๆไม่ไปเหมือนไปไม่ถึงเกาหลีเลยหล่ะ 😜
✔Clubbing 


​​​

 8 : Monkey museum เพลงที่นี่สนุกมากเป็นเพลง Pop ที่พวกเราทุกคนคุ้นหูอยู่แล้ว เลยเต้นระเบิดเลยค้า ที่นี่เราต้องเปิดโต๊ะ ขั้นต่ำ 800,000 วอน คืนนี้ยังไม่จบลงง่ายๆเพราะ ที่เที่ยวที่นั่นปิดตี4ตี5 พวกเราเลย ตัดสินใจไปต่อ….​
​​

​9 : Arena เรามาต่อกันที่นี่ มันส์มาก มีดีเจเปิดแผ่นซึ่ง mix เพลงได้มันส์เต้นเพลินเลย รู้ตัวอีกทีทั้งแก๊งก้อยืนอยู่บนเก้าอี้แล้วค้าา ที่นั่นต้องเปิดโต๊ะขั้นต่ำ 800,000 วอน เช่นกัน แต่สนุกคุ้มมาก มีเพื่อนคนไทยเคยมาที่นี่แล้วเขาไม่ให้เข้า แต่ที่มาครั้งนี้มีเพื่อนเกาหลีพาเข้าก็เลยไม่เจอปัญหาอะไร ผ่านฉลุยเลยค้าา
🔺Day 2
✔Lunch


10 : Yoogane Chicken Galbi – Myeongdon อาหารสไตล์เกาหลีที่กินง่ายๆ เหมาะกับการแก้ Hang เป็นอย่างดี จะเป็นไก่ผัดซอสแดงกับเส้นบะหมี่เผ็ดๆร้อนๆ ตื่นเลยทีเดียว 

✔Shopping

11 : Common Ground เป็น Flea market ที่มีร้านค้าเล็กๆมาเป็นใน container ให้วัยรุ่นได้เดินเล่น ซื้อของ Handmade 

✔Coffee shop 

12 : Column cafe – The coolest cafe เดินไม่ไกลจากสถานี Seongsu แนะนำเลยที่นี่ซึ่งเป็นย่านเขตอุตสาหกรรม เก่า ร้านนี้ปรับจากโกดังเก่ามาเป็นร้านกาแฟที่มีโชว์งานศิลปะ เครื่องดื่มดี และที่สำคัญเปิดเพลงดีมากๆด้วย
Weekend จะมีเสียค่าเข้าคนละ 10,000 วอนแต่สามารถเอาไปแลกเครื่องดื่มได้ 1 แก้วค่ะ
แถม : อีกร้านที่หลายคนบอกว่าดีแต่ไม่ได้ไปชื่อ onion ที่อยู่ใกล้ๆกันกับ Colunm cafe นี้

✔Bar


13 : Glam Lounge (district) จะเป็นบาร์สวยๆอยู่ที่ชั้น 2 ได้ลองชิม Cocktail ชื่อ Coco Chanel ก็กินง่ายดีหวานๆ ไปแล้วจะเห็นคนต่างชาติเยอะมากเลยที่นี่


14 : Prost เป็น Pub&Grill ชั้น 1 ตอนเย็นขายอาหารพอเริ่ม5ทุ่มคนจะเน้นมากและเปลี่ยนจากร้านอาหารเป็นผับ กินเหล้าเต้นกันทันที ที่นี่จะHappening มาก วัยรุ่นจากทั่วทุกสายจะมา Hangout ที่นี่ ที่สำคัญหนุ่มๆหล่อๆทั้งนั้นนน ไม่เชื่อมาดูเอง😜

✔Dinner


15 : Maple tree ร้านเนื้อย่างที่ต้องรอคิวยาว แต่เนื้อดีและราคาเหมาะสม 

✔Hiphop Bar

​​​

16 : Cake Shop DJ ที่นี่ Mix เพลงดีมากกๆๆๆๆ ให้ถ้วยเลย เป็นร้านเล็กๆใต้ดินที่เดินผ่านดูไม่รู้เลยว่าเป็นบาร์ แต่อาจจะสังเกตได้ง่ายถ้ามาดึก เพราะ แถวยาวมากกกๆๆๆ ข้างในมีแค่บูทดีเจ และบูทขายเครื่องดื่ม ไม่มีโต๊ะทุกพื้นที่มีไว้ให้เต้นเท่านั้น 🙂

✔️street food

17 : midnight food หาอะไรกินอุ่นๆ ก่อนนอนสะหน่อย เราเลยเลือกไปย่านที่เรายังไม่ไปและน่าจะปิดดึก นั่นคือ ย่านมหาวิทยาลัย Hongdar และเป็นไปตามที่คิดแถวนั้นมีเด็กมหาวิทยาลัยที่ชอบนอนดึกเหมือนเรา มีร้านเกมส์ , บาร์ และ อาหารที่รอเสริฟพวกเราอยู่

🔺Day 3

✔Bakery 

18 : Mr.Holmes Bakehouse ขนมปังย่าน Garosugil ที่ขึ้นชื่อของร้านนี้คือ Strawberry Cruffin และ Croissant ที่ร้านอบสดๆใหม่ๆตลอด แป้งขนมปังบางกรอบนอกนุ่มใน ต้องมาลองอร่อยจริง!!
✔Shopping 

19 : ย่าน Garosu-Gil ร้านค้าเป็นร้านเล็กๆตลอดถนนทั้งสาย เป็นถนนที่น่ารักมากอีกถนนหนึ่ง มีที่ให้ถ่ายรูปสวยๆเต็มเลย เสื้อผ้าจะราคาสูงขึ้นมาหน่อยแต่ก็สวยสมราคาจริงๆ 
✔Lunch 


20 : Table Star วันนี้อยากกินอะไรเบาๆบ้าง เราเลยเลือกร้านนี้ ไปกินสปาเกตตีสไตล์เกาหลี และ มี fries ราดmaple syrup ด้วยอร่อยเค็มๆหวานๆ เป็นครั้งแรกที่ได้กิน combination แบบนี้ แต่ติดใจนะอยากกินอีก
✔Shopping


21 : Pleasure Lab ร้านขายของเล่นผู้ใหญ่ที่มีของเล่นแบบเอาจริงสำหรับ ผู้หญิงและผู้ชาย และ ของฝากสำหรับมือใหม่ นี่เป็นร้านที่ทำอุปกรณ์ได้สวยมาก การตกแต่งร้านก็สวยดูสะอาดโล่งตา น่าซื้อสุดๆ 
✔Coffee Shop



22 : Cafe Pierre Herme, house of Dior เป็นคาเฟ่ชั้นบนสุดของ Boutique Dior ร้านตกแต่งด้วยหินอ่อนสีขาว และ กระจก จึงดูโปร่งกว้างสะอาดตา วันนั้นเสียดายไปสายไปหน่อยร้านปิด 7 pm วันเสาร์ -อาทิตย์ / จันทร์-ศุกร์ ปิด 8 pm ค่ะ
✔Dinner


23 : Shake Shack – Gangnam เนื่องจากกินเบามาทั้งวัน เลยขอปิดท้ายวันก่อนกลับด้วย Burger สุดอร่อยร้านนี้ ไม่เคยทำให้ผิดหวัง ส่วนตัวชอบกินเบอร์เกอร์ เนื้อ+เห็ดทอด 😜 ไหนๆจะกินแล้วเอาให้เต็มที่

✔Hidden Bar in Seoul

​​​

24 : Le Chamber แค่ทางเข้าร้านก็ตื่นเต้นแล้ว เป็นกำแพงที่เป็นตู้หนังสือ เราต้องหาเล่มที่เป็น switch เปิดประตูให้เจอ แต่ไม่บอกไว้ให้ไปกันเอง จะได้สนุก ด้านในเป็นแจสบาร์ ค่อนข้างผู้ใหญ่ เหมาะกับการมาเดท หรือคุยธุรกิจมากค่ะ 


25 : Alice Cheongdam เป็นร้านที่อยู่ในซอยเดียวกันกับ Le Chamber ที่แอบอยู่อีกเช่นกัน บรรยากาศร้านนี้จะ relax กว่า สว่างกว่า และ cocktail อร่อย

🔺Day 4
ก่อนกลับบ้านแวะเก็บตกซื้อของที่ตลาดเสื้อผ้าของใช้อีกที่หนึ่ง 


26 : Numdaemun Market ที่นี่มีตึกขายของเด็กเสื้อผ้าเด็กเล็กที่น่ารักมากและราคาถูกมากเลย 
ขอจบการอัพเดท ที่กินที่เที่ยวในเกาหลีกรุงโซลไว้เท่านี้ก่อนนะคะ

ติดตามเรื่องราวอัพเดทสถานที่ท่องเที่ยว อาหาร การออกกำลังกายได้ที่
IG : sweettoffy และ toffygastronomy
FB page : sweettoffy
Page Sweet Toffy คลิกเลยที่นี่ 
ขอบคุณค่ะ 😀❤️

Photo eat first – Taipei

“ซาลาเปาร้อนๆกรอบนอกนุ่มในมาแล้วจ้าาา” … ร้านเด็ดอยู่ที่ไนท์มาเก็ต “Raohe” เดินเข้าไปร้านอยู่ตรงกลางร้านแรกเลย เนื้อหมูบดนุ่มๆผสมกับหอมกระเทียมรสชาติเข็มข้น กินในเวลาอากาศหนาวๆช่างมีความสุขจริง 🙂

เนื่องจากนี้ที่ตลาดยังมีของอร่อยอีกเยอะมาก เช่น ไส้กรอกไก่(ร้านถัดไป), ไอศรีมเผือก, หมูแดงอบ .. ขอแนะนำว่าให้ไปเป็นทีมแบ่งกันกินร้านละคำสองคำน่าจะดีที่สุด

การไปตลาดในครั้งนี้ฟี่ได้ไปกับทีมพี่สาว “เจ้หลินและเจ้เหมี่ยว” เป็นการเดินตลาดที่สนุกที่สุดอีกครั้งหนึ่งเพราะนอกจากอิ่มท้องแล้วยังอิ่มใจอีกด้วย ความน่ารักของพี่สาวคือไปต่อคิวซาลาเปาแถวยาวให้น้องสาวนั่นเอง .. 5555

Sweet Toffy

Sweet Toffy ได้ถูกตั้งขึ้นเพื่อแชร์เรื่องราวและประสบการณ์ที่สวีทๆต่างๆมากมากทั้งที่เกี่ยวกับ อาหาร, เพลง, สถานที่ท่องเที่ยว, ศิลปะ, หนังสือ, เครื่องสำอาง,กีฬา, และอื่นๆอีกมากมายที่จะช่วยเติมเต็มให้ชีวิตสวีทยิ่งขึ้น 🙂 Happiness blooms from within..